โรคกรดไหลย้อนกลางคืน (Nocturnal GERD)

โรคกรดไหลย้อนกลางคืน ไม่ใช่แค่อาการแสบร้อนกลางอกที่สร้างความรำคาญ แต่คือกลไกความผิดปกติทางสรีระวิทยาที่แอบทำงานในขณะที่ร่างกายไร้การป้องกันตัว ส่งผลทำลายโครงสร้างการนอนหลับ และสร้างความเสียหาย ต่อระบบทางเดินหายใจอย่างล้ำลึก

  • ฟิสิกส์แห่งยามวิกาล เมื่อร่างกายสูญเสียเกราะป้องกันจากแรงโน้มถ่วงในตอนกลางวัน กลไกธรรมชาติที่ทรงพลังที่สุดในการป้องกันกรดไหลย้อน คือ “แรงโน้มถ่วงของโลก” เมื่อเรายืน หรือนั่ง กรด และน้ำย่อยจะถูกดึงให้อยู่ในกระเพาะอาหารด้านล่าง แต่เมื่อเราเอนตัวลงนอนในแนวราบ (Supine Positรion) กฎทางฟิสิกส์นี้จะเปลี่ยนไป

การระบายกรดที่ช้าลง (Delayed Acid Clearance) เมื่อนอนราบ ท่อหลอดอาหาร และกระเพาะอาหาร จะอยู่ในระนาบเดียวกัน น้ำย่อยที่ควรจะอยู่ก้นกระเพาะจะไหลมากองรวมกันบริเวณหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง (Lower Esophageal Sphincter-LES) หูรูดรับภาระหนัก หากหูรูด LES มีความอ่อนแอเป็นทุนเดิมจากความเครียด หรือพฤติกรรมการกิน แรงดันจากของเหลวในกระเพาะที่เทมารวมกันจะดันให้หูรูดเปิดออก กรดจึงไหลทะลักเข้าสู่หลอดอาหารได้อย่างอิสระ และตกค้างอยู่นานกว่าช่วงกลางวันหลายเท่าตัว

  • ปราการน้ำลายที่หายไป (The Saliva Deficit) กลไกการทำความสะอาดหลอดอาหารตามธรรมชาติของมนุษย์พึ่งพา “น้ำลาย” เป็นหลัก เนื่องจากในน้ำลายมีสารไบคาร์บอเนต (ฺBicabonate) ที่มีฤทธิ์เป็นด่าง ช่วยสะเทินกรด (Neutralize) ให้กลายเป็นกลาง

อัตราการกลืนที่ลดฮวบ ในตอนกลางวันเรากลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัวประมาณ 600 ครั้งต่อวัน ซึ่งเป็นการชะล้างกรดที่หลุดรอดขึ้นมาให้กลับลงไปในกระเพาะอาหาร แต่เมื่อเราหลับลึก อัตาการกลืนจะลดลงเหลือเพียงไม่กี่ครั้งต่อชั่วโมง

การผลิตน้ำลายหยุดชะงัก ต่อน้ำลายจะลดการทำงานลงอ่างมากในขณะหลับ เมื่อขาดทั้งการบีบตัวของหลอดอาหาร จากการกลืน และขาดน้ำลายที่เป็นด่าง กรดที่ไหลย้อนขึ้นมาในตอนกลางคืนจึงเกาะติดผนังหลอดอาหารนานเป็นพิเศษ นำไปสู่ภาวะหลอดอาหารอักเสบเรื้อรัง (Esophagitis) หรือเซลล์หลอดอาหารเปลี่ยนแปลง (Barrett’s Esophagus)

  • วงจรอันตราย  ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) มีความเชื่อมโยงทางสรีรวิทยาที่ซับซ้อนระหว่างภาวะกรดไหลย้อนกลางคืน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea – OSA) ซึ่งทั้งสองภาวะนี้ ทำงานส่งเสริมกันเป็นวงจรอุบาทว์

ปรากฎการณ์เครื่องดูดฝุ่นในช่องอก  เมื่อผู้ป่วย OSA มีการอุดกั้นทางเดินหายใจ ร่างกายจะพยายามสูดหายใจเข้าอย่างรุนแรงเพื่อเอาอากาศเข้าปอด การกระทำนี้ สร้าง “แรงดันลบ” (Negative Pressure) มหาศาลในช่องอก แรงดันลบนี้เปรียบเสมือนสุญญากาศที่ดูดเอาน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารให้พุ่งทะลุหูรูดขึ้นมาถึงคอหอย และกล่องเสียง

ละอองกรดในทางเดินหายใจ  เมื่อกรดหลุดเข้ามาถึงกล่องเสียง (Laryngopharyngeal Reflux -LPR) จะทำให้เกิดอาการไอสำลักกลางดึก เสียงแหบในตอนเช้า และกระตุ้นให้หลอดลมตีบตัว ทำให้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

  • สถาปัตยกรรมการนอนหลับที่ถูกทำลาย (Sleep Architecture Disruption)  ความน่ากลัวของ Nocturnal GERD คือมันสามารถทำลายคุณภาพการนอนของคุณได้โดยที่คุณอาจไม่ทันตื่นขึ้นมาด้วย  การตื่นตัวระดับจุลภาค หรือ Micro-arousals เมื่อสมองตรวจจับความเจ็บปวด หรือความเป็นกรดในหลอดอาหาร สมองจะสั่งการให้ร่างกายหลุดออกจากระยะหลับลึก (Deep Sleep) หรือระยะหลับฝัน (REM Sleep) กลับมาสู่ภาวะหลับตื้น เพื่อป้องกันอันตราย และผลกระทบต่อเนื่อง แม้คุณจะไม่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาลืมตา แต่สถาปัตยกรรมการนอน (Sleep Architecture) ได้พังทลายลงแล้ว การถูกกระชากออกจากวงจรหลับลึกซ้ำ ๆ ตลอดคืน ทำให้สมองไม่ได้พักผ่อน และหลั่ง Growth Hormone ได้ไม่เต็มที่ นำไปสู่อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง สมองตื้อ (Brain Fog) และเอารมณ์แปรปรวนในวันรุ่งขึ้น
  • ยุทธวิธีสกัดกั้น และฟื้นฟูระบบย่อยอาหารกลางคืน  การรับมือกับภัยเงียบนี้ ต้องใช้การปรับสภาพแวดล้อมทางกายภาพควบคู่ไปกับตารางชีวิต กฎเหล็ก 3 ชั่วโมง คือ ห้ามเอนตัวนอนภายใน 3 ชั่วโมงหลังมื้ออาหารเด็ดขาด นี่คือเวลาขั้นต่ำที่กระเพาะอาหารต้องใช้ในการย่อย และบีบไล่อาหารลงสู่ลำไส้เล็ก ทำให้กระเพาะว่าง และลดแรงดันก่อนเข้านอน
  • ท่านอนตะแคงซ้าย (Left-Lateral Decubitus Position) ทางกายวิภาพศาสตร์ กระเพาะอาหารของมนุษย์มีความโค้ง และค่อนไปทางซ้ายของลำตัว การนอนตะแคงซ้ายจะทำให้แอ่งกระเพาะอาหารอยู่ต่ำกว่าระดับของหูรูดหลอดอาหาร กรดจึงไหลย้อนขึ้นมาได้ยาก ในขณะที่การนอนตะแคงขวา จะทำให้หูรูดจมลงไปในแอ่งน้ำย่อยโดยตรง
  • ยกระดับเตียงต้านแรงโน้มถ่วง  การหนุนหมอนให้สูงขึ้น เพียงอย่างเดียวมักทำให้คอ และลำตัวพับงอ ซึ่งไปเพิ่มแรงดันในช่องท้อง และดันกรดขึ้นมาแทน วิธีที่ถูกต้อง คือ การใช้หมอนลิ่ม (Wedge Pillow) เพื่อยกทำมุมตั้งแต่ช่วงเอวขึ้นมาประมาณ 45 องศา หรือการหนุนขาเตียงด้านหัวให้สูงขึ้น 6 – 8 นิ้ว
  • คัดกรองมื้อเย็นอย่างเข้มงวด  หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เนื้อสัตว์ย่อยยาก แอลกอฮอล์ และช็อกโกแลตในมื้อเย็น เพราะสารเหล่านี้กระตุ้นให้หูรูดหลอดอาหารคลายตัว และชะลอการล้างของกระเพาะให้ช้าลง

การทำความเข้าใจกลไกเชิงลึกในยามวิกาล ช่วยให้เราสามารถออกแบบสภาพแวดล้อม และพฤติกรรม เพื่อปิดกั้นไม่ให้กรดไหลย้อนกลับมาทำร้ายเราในยามที่ร่างกายอ่อนแอที่สุดได้

อาการกรดไหลย้อน แก้ด้วย grd plus
ตัวช่วย กรดไหลย้อน คลิก!